Pre-order เปิดแล้ว! E-book คู่มือสร้าง Website ด้วย Claude — เหมาะสำหรับคนไม่มีพื้นฐาน เพียง 499 บาท

ดูรายละเอียด
hspotlight

Sell What You Know: KNOW Framework สำหรับเปลี่ยนความรู้เป็นสินค้า

· 2 min read
Sell What You Know: KNOW Framework สำหรับเปลี่ยนความรู้เป็นสินค้า

สิ่งที่ง่ายสำหรับคุณ อาจเป็นทางลัดของใครบางคน

เมื่อวานฮงไป workshop Sell What You Know เปลี่ยนความรู้ในหัว ให้เป็นสินค้าที่คนอยากซื้อ โดย อาจารย์รี่ Naphaphach Prachaanuwong อดีต Product Owner ที่ผันตัวมาเป็น One Person Business เต็มตัว ซึ่งมาถ่ายทอดความรู้ จากประสบการณ์จริง

ถ้าพร้อมแล้ว มาลุยกันเลยครับ! 🥳🥳🥳

Outline

  • บทนำ: Unlearn & Relearn
  • K: Knowledge รู้ ว่าตัวเองเป็นคนมีของ
  • N: Need รู้ว่าใครมีปัญหา และเราช่วยได้
  • O: Offer เสนอทางแก้ที่ปฏิเสธไม่ได้
  • W: Win เริ่มต้นขายจริงจัง ไม่ hardsell

บทนำ: Unlearn & Relearn 😲

ไม่ว่าคุณจะทำงานในตำแหน่งอะไร นักพัฒนาซอฟต์แวร์ นักการตลาด ผู้บริหาร หมอ

โปรดลืมเรื่องตำแหน่งไปก่อน ลูกค้า “ไม่ได้ซื้อ” เพราะว่าเราเป็นอะไร หรือทำอะไร เขา “ซื้อ” เพราะว่าเรา ช่วยให้เขาดีขึ้นได้ยังไง

ปัญหาที่เขาติด อาจจะเป็นสิ่งที่เราช่วยแก้ได้ง่ายๆ เช่น

การทำ website อาจจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับ developer เช่นฮง แต่มันเรื่องยาก สำหรับคนที่ไม่ถนัดด้าน IT

การบอกว่า ฮงเป็น dev คนอื่นไม่รู้ว่าฮงช่วยอะไรได้บ้าง แต่ถ้าฮงบอกว่า ฮงช่วยสร้าง sale page สำหรับ ขาย digital product ได้ ผูกระบบชำระเงิน และระบบ automation ได้ มันจะชัดเจนมากขึ้น

คำถามที่สำคัญ ไม่ใช่ว่า

❌ ฉันควรขายอะไร?

✅แต่เป็น อะไรคือสิ่งที่เราถนัด / ความเจ็บปวดที่เราเจอ และอันไหน ควรเริ่มก่อน 🚀

ซึ่งเราจะเดินทางเพื่อทำความเข้าใจตัวเอง ผ่าน KNOW framework!

ถ้าพร้อมแล้ว ลุยย 🚀

K: Knowledge รู้ ว่าตัวเองเป็นคนมีของ 📒

คุณนะ มีของอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าคุณจะรู้ตัวหรือเปล่า

quick check: ลองถามตัวเองดู 🤔

  • เรื่องไหนที่คนมาขอให้ช่วย
  • เรื่องไหนที่คุณทำได้ดีและเร็ว

ยิ่งคุณเก่งในเรื่องนั้นมากๆ คุณยิ่งมองข้ามมัน เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคุณ

จงหาคุณค่าที่ซ่อนอยู่ สิ่งที่ดูธรรมดาสำหรับคุณ อาจจะมีค่ามากสำหรับคนอื่น…เพราะ

✅ มันช่วยประหยัดเวลา ✅ ลดความเสี่ยง ✅ เพิ่มประสิทธิภาพ

ประสบการณ์ มุมมอง และการตัดสินใจ ทุกอย่างหล่อหลอม เป็น ชุดทักษะหรือ skill combo ที่ทำให้คุณแตกต่างจากคนอื่น

เป็นสิ่งที่ AI ก็แทนที่คุณไม่ได้ สิ่งนี้เรียกว่า My DNA และเราต้องหาสิ่งนั้นให้เจอ 💪

N: Need รู้ว่าใครมีปัญหา และเราช่วยได้ 👨‍⚕️

เมื่อคุณรู้ว่าตัวมีสามารถทำอะไรได้ ขั้นต่อไปคือหาว่าใครต้องการมัน คนที่มีปัญหา และเจ็บพอที่อยากจะแก้ไข

ตัวอย่าง: ยา vs อาหารเสริม อาหารเสริม กินหรือไม่กินก็ได้ แต่ยา เราต้องการมัน เมื่อเจ็บป่วย ยาแต่ละตัว รักษา/บรรเทาอาการโรคที่แตกต่างกัน

ทักษะที่เรามี ก็เหมือนยาชนิดหนึ่ง คนที่ป่วย ต้องการยาที่เฉพาะเจาะจง ยาอื่น เขาไม่สน เขาจะเอายานี้

และเราต้องหาคนกลุ่มนี้ให้เจอ คนที่ต้องการ ทักษะ (ยา) ที่เรามี ยิ่งเราหาคนที่มีความต้องการมากๆ เจอก็จะยิ่งดี

✅ ลองถามตัวเองดู

ฉันจะช่วย _______ ที่กำลัง _______ และติดปัญหา ”_______” ให้สามารถ _______

O: Offer เสนอทางแก้ที่ปฏิเสธไม่ได้ 😲

ตอนนี้คุณรู้ทักษะของตัวเองแล้ว เจอคนที่มีปัญหาแล้ว ขั้นต่อไปคือ “ยื่นมือเข้าไปช่วย”

“คนอื่น รับความช่วยเหลือจากคุณไม่ได้ ถ้าเขาไม่รู้ว่าคุณช่วยได้ และคุณไม่ได้เสนอตัวเข้าไปช่วย”

Offer ที่ดี ไม่ใช่แค่ขายอะไร แต่ต้องทำให้คนอื่นเข้าใจ และตัดสินใจได้ ว่าคุณจะช่วยเขาอย่างไร

✅ Offer ที่ดี ต้องชัดเจน

ใคร เจ็บอะไร ได้อะไร รูปแบบไหน ขอบเขตการบริการ ต้องแลกกับอะไร

ไม่มี ยาไหนที่รักษาได้ทุกโรค และไม่มี สินค้า/บริการ ไหนสำหรับทุกคน สำหรับทุกคนแปลว่า ไม่ใช่สำหรับใครเลย

คนแบบไหนที่ต้องการ สินค้า/บริการ ของเรา จะให้บริการแบบไหน เช่น

  • checklist
  • template
  • guide คู่มือ
  • private session

ตัวอย่าง:

ถ้าคุณเป็นคนทำ Digital Product ติดปัญหา ต้องตรวจสอบการชำระเงินและส่งมอบ product ด้วยตัวเอง อยากมีระบบ ตรวจสอบและส่งมอบอัตโนมัติที่ทำงานได้แม้นอนหลับ แต่ติดปัญหาการทำระบบด้วยตัวเอง

หัวหน้าฮง เพื่อนคู่คิดด้าน IT พร้อมลุย และให้คำปรึกษา สอนทำ sale page ของตัวเอง และ ระบบ automation แบบจับมือทำ จนเสร็จภายใน 2 ชม ทั้ง session เดี่ยวและกลุ่ม ซึ่งได้รับ:

✅ guideline การทำ sale page และ automation ✅ วิดีโอย้อนหลัง ✅ prompt pack สำหรับช่วยคิด offer

ฮงช่วยดูทั้งหมดนี้ให้ เริ่มต้นเพียง xxx บาท สนใจพิมพ์ “xxx”

ประมาณนี้ครับ อันนี้ตัวอย่างนะ เดี่ยวฮงเปิดสอนปลายเดือนนี้ครับ ถ้าสนใจ ทักแชทมาคุยก่อนได้ครับ 55

W: Win เริ่มต้นขายจริงจัง ไม่ hardsell 🥳

ถ้า offer ชัด เราไม่ต้อง hardsell ก็ขายได้ เพราะ offer มันขายได้ด้วยตัวมันเอง

หากเราอยู่กลางทะเลทรายที่ร้อนระอุ น้ำ 1 ขวด ไม่ว่าจะแพงแค่ไหน ก็อาจจะมีค่ามากพอที่เราจะซื้อโดยไม่ต้องคิด

เริ่มต้นขายจริง ต้องเลือกช่องทางการขาย เริ่มต้นเพียงแค่ 1 ทาง

  • ทักแชทส่วนตัว
  • โพสต์ลง social

สื่อสารให้ชัด ว่าคุณช่วยใคร เขาเจอปัญหาอะไร และ offer ของคุณช่วยให้เขาได้ผลลัพธ์อะไร

อย่าจบแค่ไอเดีย อย่างมัวรอให้พร้อม เริ่มลงมือทำใน 7 วัน

ข้อความแรกที่ส่งแล้วไม่เขิน ต้องจริงใจ ไม่ต้อง hardsell แลค่ชวนคุยให้ชัด

เราเลือกวิธีสื่อสารได้

  • ขอ feedback
  • ชวนลองรอบทดลอง
  • ขอ referral

ขึ้นอยู่กับความพร้อมและจุดประสงค์ของการสื่อสาร

key สำหรับคือการลงมือทำ ทำให้ง่ายและเร็ว และนำ feedback กลับมาพัฒนาต่อๆไป

สรุปแบบหัวหน้าฮง

คลาสนี้ถูกออกแบบมาเป็นสถานที่ “ปลอดภัย” ให้นักเรียนได้ค้นหาตัวเอง ได้ลองผิดลองถูก ได้ให้และรับคำแนะนำจากนักเรียนคนอื่นๆในคลาส

KNOW Framework ช่วยให้หัวหน้าฮง ได้ใช้เวลา ขัดเกลา offer แรก (sale page) ที่ชัดเจนมากขึ้น และพร้อมจะลงมือทำ ปล่อยของได้เร็วๆนี้

สำหรับฮงแล้วมันเป็น คลาสที่ช่วยปลดล้อคความคิด ของฮง ที่ต้องการทำ digital product ให้เริ่มลงมือทำ และเลือกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

อาจารย์รี่ Naphaphach Prachaanuwong เตรียมจะเปิดรุ่น 2 แล้ว หากใครสนใจ พิมพ์ “KNOW” เดี่ยวฮงส่งรายละเอียดให้ครับ

ขอบคุณครับ ขอให้บทความนี้มีประโยชน์นะครับ