Zero to SaaS: สร้างธุรกิจ AI ด้วย Firebase Architecture
สรุป Zero to SaaS: เจาะลึก Architecture
สร้างธุรกิจด้วย AI ด้วยเงิน 0 บาท
ไม่ต้อง tech background มากก็สามารถทำระบบนี้ได้ (ถ้ามีไอเดียธุรกิจก็สามารถใช้ Claude สร้างระบบขึ้นมาทดสอบตลาดได้)
วันพฤหัสที่ผ่านมา ฮงพึ่งจัด sharing session ไปสดๆร้อนๆ เลยอยากแชร์ให้เพื่อนๆได้อ่านกัน พร้อมโปรโมท workshop ไปด้วยเลย
1. Architecture Blueprint ระบบพร้อมใช้งาน
Architecture ที่ฮงจะนำเสนอ มี 2 ส่วนด้วยกัน
1️⃣ Frontend (Static Website) - HTML/CSS/JS
เป็นโค้ดที่เราต้องจัดการดูแลเองทั้งหมด
ทำหน้าที่แสดงผลให้ user เห็นและใช้งาน
ตัวอย่างเช่น:
- Landing page ต่างๆ
- เว็ปแสดงข้อมูล
- พร้อมปุ่มชำระเงิน
- และอื่นๆ
2️⃣ Backend (Firebase Services)
ใช้บริการ Firebase เป็นเครื่องมือจัดการข้อมูล เป็นเหมือนกับหลังบ้านให้กับเรา ซึ่งเราสามารถใช้ระบบเช่น:
- ระบบ signup/sign in ลงทะเบียน เข้าระบบใช้งาน
- เก็บข้อมูล user ลง database
- เก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้ เช่น เข้าหน้าไหน คลิกปุ่มไหน
- deploy website ของเราได้
ข้อดี
✅ มี firebase เป็นหลังบ้าน ที่มีระบบที่พร้อมใช้งาน และไม่ต้องจัดการดูแล server เอง และพร้อม scale ทุกเมื่อ
✅ ดูแลแค่ static website ทำให้ใช้บริการ firebase hosting เผื่อ deploy website ได้ (และหรือจะใช้ vercel/ netlify/ github page แทนก็ได้ เหมือนกัน)
✅ ไม่มี secret ให้หลุด
✅ Free ถ้ายังอยู่ใน free tier
ข้อเสีย
❌ ระบบมีความซับซ้อน และมี learning curve ในการเรียนรู้
❌ หากมี user เพิ่มมากขึ้น อาจมีค่าใช้จ่าย
2. Firebase Service
1️⃣ Hosting
บริหาร deploy website ให้ user สามารถเข้าใช้งานได้
2️⃣ Firestore
บริการ database แบบ NoSQL ซึ่งเก็บข้อมูลในรูปแบบ collection ที่สามารถกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูล read/ write ได้ เช่น:
- user คนอื่นอ่านแก้ไข ได้เฉพาะของตัวเอง
- ข้อมูลในอดีต ไม่สามารถแก้ไขได้
3️⃣ Authentication
บริการ ระบบ signup / sign in เพื่อเข้าใช้งานระบบ มีให้เลือกทั้ง:
- username / password
- และอื่นๆ
ไม่ต้องกลัว password user หลุด เพราะ firebase จัดการให้แล้ว (เรามองไม่เห็น password ใน firebase console ด้วยนะ)
4️⃣ Analytics
บริการเก็บพฤติกรรมผู้ใช้ เช่น:
- เข้าหน้าไหน
- คลิกปุ่มไหน
- ใช้ระบบนานกี่นาทีแล้ว
3. Ship Without Fear
ถ้าไม่อยากให้ระบบ production มีปัญหา เราต้องวาง workflow เพื่อทดสอบระบบและลดความเสี่ยง
ถ้าระบบซับซ้อนและความผิดพลาดที่เกิดกับผู้ใช้ส่งผลเสียต่อบริษัท การแยกระบบ เพื่อทดสอบ QA และระบบจริง Prod ออกจากกัน เป็นไอเดียที่ดีเลย
QA env - ใช้เพื่อทดสอบระบบ
Prod env - ใช้งานจริง มี user ใช้จริง
หากเรามี feature ใหม่อยากลอง เราทดสอบใน QA ก่อน (แม้ AI จะพลาดเขียนข้อมูลทับลง QA มันก็ยัง ok - เพราะมันไม่กระทบ prod)
ซึ่งเราสามารถจัดการ workflow การ build & deploy ได้ ผ่าน Github Action ของ Github.
Test Workflow
Build & test & deploy ไป QA env เพื่อทดสอบ ถูกทำงานเมื่อมีการสร้าง pull request ใน Github
Prod Workflow
Build & test & deploy ไป Prod env เพื่อส่งมอบ ถูกทำงานเมื่อมีการ push ไปยัง main branch ใน Github
Flow ที่ออกแบบมาลดความผิดพลาด หากมีปัญหา เราจะตรวจเจอก่อนไป prod และลดความเสียหายได้
หมายเหตุ: การ deploy ไปยัง Firebase Hosting เราสามารถใช้ protocol OIDC (Open ID Connect) ในการยืนยันตัวตน ระหว่าง firebase-github ซึ่งเราไม่ต้องใช้ secret และไม่ต้องกลัวว่ามันจะหลุด
สรุปโดยหัวหน้าฮง
-
Architecture นี้สามารถนำไปใช้งานสร้างระบบที่พร้อมใช้งานได้จริง มีการจัดการหลังบ้านที่พร้อม และ scale ได้ง่าย
-
ไม่ต้อง manage อะไรเอง หลังว่าระบบเรียบร้อย ก็แถบจะไม่ต้องแตะ
- ไม่ต้องจัดการ server
- ไม่ต้องจัดการ secret
- ไม่มีอะไรหลุดได้
-
ทดสอบระบบก่อนส่งมอบให้ผู้ใช้ และการแยกระบบ QA, Prod ช่วยลดความเสี่ยง จำกัดความเสียหายต่อ user จริงได้
-
Free ทุกบริการที่ฮงว่ามี Free tier ซึ่งเพียงพอให้เริ่มต้นใช้งานทดสอบ business ของเราครับ ถ้าถึงวันที่เรามี user เยอะจริง ค่อยคิดเรื่องขยับขยายครับ
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ
โปรโมท Workshop
หากคุณมีไอเดียธุรกิจ และสนใจที่จะลองใช้ระบบแบบนี้ ฮงวางแผนจะจัด Workshop session ลงมือทำไปพร้อมกับฮง
วันที่: 30 เมษา 19:00 - 22:00 (2-3 ชม)
รูปแบบ: ออนไลน์ด้วย Google Meet
ค่าใช้จ่าย: มีค่าใช้จ่าย (มีส่วนลดให้ด้วย)
ที่ว่าง: 10 ที่ เหลืออีก 5 ที่เท่านั้น
หากสนใจ พิมพ์ “สนใจ” ใน comment เดี่ยวฮงทักไปพูดคุยรายละเอียด และส่ง google form ให้นะครับ
ขอบคุณครับ